ระหว่างวันที่ 13–18 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

สถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat Institute of Area Studies: TIARA) ร่วมกับ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (Thailand International Cooperation Agency: TICA) กระทรวงการต่างประเทศ จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “Analyzing the Global Strategic Situation and Enhancing Diplomatic Negotiation Skills in an Era of Volatility” ระหว่างวันที่ 13–18 กรกฎาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
การฝึกอบรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจำนวน 15 คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับกลางและเจ้าหน้าที่จาก แผนกค้นคว้ารวบรวมและแผนนโยบาย กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และพัฒนาทักษะด้าน Strategic Foresight การวิเคราะห์และคาดการณ์สถานการณ์เชิงยุทธศาสตร์ของโลก การจำลองสถานการณ์และการเจรจาต่อรองทางการทูต (Diplomatic Negotiation) ทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคี ตลอดจนการประยุกต์ใช้กฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเสริมสร้างอำนาจการเจรจาของประเทศขนาดเล็ก พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ และยกระดับความยืดหยุ่น (Resilience) ของการกำหนดนโยบายต่างประเทศให้สามารถรับมือกับความท้าทายในบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว





พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธันยพร สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา กล่าวรายงานการจัดโครงการ โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุปรีดี ฤทธิรงค์ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ นางอรุณี ไฮม์ม รองอธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กล่าวเปิดการฝึกอบรมและกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วม
นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ท่านสีสะหวาด อินพะจัน (H.E. Mr. Sisavath Inphachanh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวประจำประเทศไทย กล่าวโอวาทแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรม พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการต่างประเทศ และความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการทูตเพื่อรับมือกับความท้าทายของโลกยุคใหม่

ในวันที่แรก ช่วงเช้ามีการบรรยายหัวข้อ “ภูมิรัฐศาสตร์โลกในศตวรรษที่ 21: จุดเปลี่ยนและความท้าทายของอาเซียน” โดย ผศ.ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื้อหาของการบรรยายในครั้งนี้ว่าด้วย ภูมิรัฐศาสตร์โลกในศตวรรษที่ 21




ช่วงบ่ายมีการบรรยายหัวข้อ “ภูมิเศรษฐศาสตร์กับการเจรจาการค้า:ความท้าทายใหม่ของอาเซียน (Geoeconomics)” โดย ผศ.ดร.ภาสกร ธรรมโชติ
อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เนื้อหาของการบรรยายในครั้งนี้ว่าด้วย Geoeconomics: เมื่อเศรษฐกิจกลายเป็นอาวุธทางยุทธศาสตร์




ในวันที่สอง มีการบรรยายหัวข้อ “จิตวิทยาการเจรจาและการโน้มน้าวใจในเวทีการทูต และ Simulated Negotiation : สถานการณ์จำลองการเจรจาสองฝ่ายและหลายฝ่าย” โดย นายพันธจักร ว่องปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Diplomat Network ผู้เชี่ยวชาญด้านการทูตและการพัฒนาบุคลากรต่างประเทศ จิตวิทยาการเจรจาและการโน้มน้าวใจในเวทีการทูต




ในวันที่สาม ช่วงเช้ามีการบรรยายหัวข้อ “กฎหมายระหว่างประเทศและสนธิสัญญา: กลไกการเจรจาภายใต้กรอบกติกาสากล” โดย รศ.ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ
ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื้อหาของการบรรยายในครั้งนี้ว่าด้วย กฎหมายระหว่างประเทศ & สนธิสัญญา




ช่วงบ่ายมีการบรรยายหัวข้อ “กฎหมายระหว่างประเทศในฐานะเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ : การเพิ่มอำนาจต่อรองของประเทศขนาดเล็กในการค้าระหว่างประเทศ” โดย รศ.ดร.จารุประภา รักพงษ์
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื้อหาของการบรรยายในครั้งนี้ว่าด้วย กฎหมายระหว่างประเทศ = เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มอำนาจต่อรองของประเทศเล็กในเวทีการค้าโลก




ในวันที่สี่ ช่วงเช้ามีการบรรยายหัวข้อ “การทูตดิจิทัล (Digital Diplomacy) และ การจัดการข้อมูลข่าวสารในยุค AI” โดย นายเชษฐพันธ์ มากสัมพันธ์
รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กลุ่มภารกิจส่งเสริมกิจการต่างประเทศ หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต (ศปท.) กระทรวงการต่างประเทศ การทูตดิจิทัล (Digital Diplomacy) & AI




ช่วงบ่ายมีการบรรยายหัวข้อ “การสื่อสารในภาวะวิกฤตสำหรับนักการทูต (Crisis Communication for Diplomats)” โดย นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์
รองอธิบดีกรมสารนิเทศ รักษาการแทน อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เนื้อหาของการบรรยายในครั้งนี้ว่าด้วยการสื่อสารในภาวะวิกฤต = หัวใจของนักการทูต




ในวันที่ห้า คณะผู้แทนจาก สปป.ลาว ร่วมกับสถาบันอาณาบริเวณศึกษา (TIARA) ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ จังหวัดชลบุรี ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางเขตอุตสาหกรรมหลักในพื้นที่ EEC ที่มีนิคมและเขตอุตสาหกรรมสำคัญมากมาย
สถานที่แรก คือ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ภายในมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับนโยบายการพัฒนา EEC การส่งเสริมการลงทุน และโอกาสความร่วมมือไทย–ลาว โดยได้รับเกียรติจาก คุณนุสติ คณีกุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การส่งเสริมและชักชวนการลงทุน มาเป็นวิทยากร
จากนั้นคณะได้เดินทางต่อไปยัง ท่าเรือแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา เพื่อศึกษาระบบโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ, Smart Port และบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก คุณศิริพร ชลวานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองบริหารงานทั่วไป
ปิดท้ายที่ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง เพื่อเรียนรู้การบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม, Smart Industrial Estate และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ
การศึกษาดูงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเข้าใจเชิงลึกด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและโลจิสติกส์ของไทย แต่ยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนมุมมองและความร่วมมือระหว่างไทย–ลาว เพื่อก้าวสู่อนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนร่วมกัน















ในวันสุดท้าย มีการบรรยายหัวข้อ “เครื่องมือการคาดการณ์ (Strategic Foresight)” โดย ผศ.ดร.ธันยพร สุนทรธรรม
ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา Strategic Foresight: เครื่องมือเพื่อการมองอนาคต




ช่วงบ่ายมีการจัดกิจกรรมกลุ่ม “การนำเสนอแผนยุทธศาสตร์จำลองและการปรับใช้ความรู้ในบริบท สปป.ลาว” โดยแบ่งการนำเสนอออกเป็น 4 กลุ่ม และได้รับเกียรติจากคณะกรรมการและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมให้ข้อคิดเห็น ได้แก่
ผศ.ดร.ธันยพร สุนทรธรรม
ผู้อำนวยการสถาบันอาณาบริเวณศึกษา
รศ.ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ
ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ และอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
รศ.ดร.จารุประภา รักพงษ์
อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.ภาสกร ธรรมโชติ
อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดการนำเสนอแผนยุทธศาสตร์ ได้มีพิธีปิด โดยได้รับเกียรติจาก คุณไกสอน ขุนระวงศา เลขานุการเอก (First Secretary) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย มากล่าวปิดงานและให้โอวาทในครั้งนี้







